Categories
ข่าว

หมัดเบาจริงไหม? นักชกอาชีพที่แจ้งเกิดจากมวยสมัครเล่น

หมัดเบาจริงไหม? นักชกอาชีพที่แจ้งเกิดจากมวยสมัครเล่น

จำครั้งล่าสุดที่ชมการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นแล้วมีการตัดสินแพ้ชนะด้วยการน็อกได้ไหม? สำหรับเราแทบไม่มีอยู่ในความทรงจำเลย และเชื่อว่าอีกหลายคนก็เช่นกัน เพราะแทบทุกครั้งมวยสากลสมัครเล่นมักจะตัดสินการแพ้ชนะโดยการนับคะแนน จนทำให้เกิดเป็นคำถามให้น่าสงสัยว่า “หมัดของนักมวยสากลสมัครเล่นนั้นเบาหรือเปล่า?”

คำถามดังกล่าวยังต่อยอดไปถึงสู่อีกคำถามว่า แล้วหมัดของนักมวยอาชีพที่แจ้งเกิดมาจากสายการชกมวยสากลสมัครเล่นมาก่อนละ หมัดจะเบาเหมือนกันหรือไม่?

มวยเหมือนกัน แต่ไม่ใช่กีฬาเดียวกัน?
มวยสากลอาชีพและมวยสากลสมัครเล่นจะดูคล้ายคลึงกันมาก ไม่มีอะไรมากกว่าปล่อยหมัดใส่กัน ใครสามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ก่อนก็เป็นฝ่ายชนะ หรือถ้าไม่มีใครลงไปกองกับพื้นเวทีจนครบกำหนดยก ผู้ที่ปล่อยหมัดเข้าเป้ามากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะ แต่เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียดจะพบว่ามันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เรียกว่าแทบจะเป็นกีฬาคนละชนิดกันเลยก็ว่าได้
ความแตกต่างอย่างแรกคือเรื่องของกฎกติกา ตามมาตรฐานมวยสากลสมัครเล่นของโอลิมปิก จำนวนยกจะมีเพียงแค่ 3 ยก ยกละ 3 นาทีเท่านั้น ในขณะที่มวยสากลอาชีพมาตรฐานศึกชิงแชมป์โลกของสถาบันหลักอย่าง WBC หรือ WBA มีจำนวนยกมากกว่าถึง 4 เท่าตัว คือ 12 ยก ยกละ 3 นาที ดังนั้นการจะชนะคู่ต่อสู้ด้วยการน็อกสำหรับมวยสากลสมัครเล่นจึงเป็นเรื่องยากมากๆ

ด้วยกฎกติกาการให้คะแนนรูปแบบนี้ก็น่าจะทำให้เห็นภาพชัดว่าเส้นทางสู่ชัยชนะของมวยสองประเภทนี้แตกต่างกัน สำหรับมวยสากลสมัครเล่น ด้วยเวลาระยะเวลาในการชกที่น้อยกว่า แถมยังใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างรัดกุมเช่นเฮดการ์ดบริเวณศีรษะ แม้จะมีการยกเลิกการสวมเฮดการ์ดไปตั้งแต่ปี 2013

โดยเหตุผลจากงานวิจัยหลายชิ้นซึ่งชี้ว่า การสวมเฮดการ์ดกลับกลายเป็นการสร้างผลเสียต่อสมองในระยะยาว ตลอดจนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่นักมวยเพื่อก้าวสู่ระดับอาชีพ รวมถึงน้ำหนักของนวม (มวยสากลสมัครเล่นนิยมใช้นวม 12 ออนซ์ ซึ่งจะหนากว่า ป้องกันการกระแทกได้ดีกว่านวม 10 ออนซ์ที่เป็นขนาดมาตรฐานสำหรับมวยสากลอาชีพ) ที่มากกว่าในการชกมวยสากลอาชีพ

การชกมวยสากลสมัครเล่นจึงเน้นการทำคะแนนไปทีละหมัด มากกว่าจะเดินหน้าเข้าน็อกคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก ตรงกันข้ามกับมวยสากลอาชีพ ที่แทบจะไร้อุปกรณ์ป้องกันตัว อีกทั้งการชกก็ยาวนานถึง 12 ยก ดังนั้นการจะเอาชนะน็อกคู่ต่อสู้ด้วยการน็อกก็ไม่ใช่เรื่องยาก เราจึงเห็นมันเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

สาเหตุที่กฎกติกาของมวยทั้งสองประเภทแตกต่างกันขนาดนี้ก็เพราะขึ้นชื่อว่า สมัครเล่น” ยังไงเสียความปลอดภัยก็ต้องมาอันดับหนึ่ง จุดประสงค์ของมวยประเภทนี้คือไม่ต้องการเห็นนักกีฬาบาดเจ็บ ตรงกันข้ามกับมวยสากลอาชีพที่เป็นกีฬาเพื่อความบันเทิงเต็มรูปแบบ การได้เห็นนักมวยเลือดตกยางออก หรือล้มไปกองกับพื้นสังเวียนจึงเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงดังกล่าว

ยอดฝีมือสมัครเล่นในสังเวียนอาชีพ
มูฮัมหมัด อาลี, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์, วาซิลี่ โลมาเชนโก้, ออสการ์ เดอ ลา โฮยา, เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น, อาเมียร์ ข่าน, แอนโทนี่ โจชัว, ลุค แคมป์เบลล์, กิลเลอร์โม่ ริกองโดซ์ รายชื่อของยอดนักมวยดีกรีแชมป์โลกเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เคยเดินเส้นทางการเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นมาก่อน ถึงขั้นที่มีเหรียญโอลิมปิกประดับบารมีกันทุกคน และเมื่อนำสถิติการชกของพวกเขามากางดูก็พบว่าทุกคนมีสถิติการชนะน็อกคู่ต่อสู้ไม่ต่ำกว่า 60% โดยเฉพาะ เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น (ชนะน็อก 35 จาก 40 ไฟต์ที่ชนะ), วาซิลี่ โลมาเชนโก้ (ชนะน็อก 10 จาก 14 ไฟต์ที่ชนะ) และ แอนโทนี่ โจชัว (ชนะน็อก 21 จาก 23 ไฟต์ที่ชนะ) ที่ถึงขั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องจักรน็อกคู่ต่อสู้เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่จะบอกว่าน้ำหนักของนักมวยอาชีพที่แจ้งเกิดจากมวยสากลสมัครเล่นนั้นเบาจึงเป็นเรื่องที่ดูจะฟังไม่ขึ้นเสียเท่าไหร่

นักชกอาชีพที่แจ้งเกิดจากมวยสมัครเล่นหมัดเบาจริงไหม?” คำตอบคือ ไม่จริง” โดยสิ้นเชิง เพราะถึงแม้ในตอนที่ชกระดับสมัครเล่นพวกเขาจะไม่ได้เน้นเรื่องของน้ำหนักหมัดมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่ระดับอาชีพ พวกเขาก็ได้ฝึกฝนร่างกาย รวมถึงน้ำหนักหมัดจนไม่ต่างจากนักมวยอาชีพคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีพื้นฐานจากการชกมวยสากลสมัครเล่นมาก่อน พวกเขาส่วนใหญ่จึงมีสไตล์การชกแบบเอ้าท์บ็อกเซอร์ ที่เน้นการชกแบบชิงจังหวะฝีมือ อาศัยเทคนิคเป็นหลัก ซึ่งการเป็นนักมวยสไตล์เอ้าท์บ็อกเซอร์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีน้ำหนักหมัดที่เบา พวกเขาแค่เลือกที่จะไม่เดินหน้าลุยแหลก และรอที่จะปล่อยหมัดออกไปในจังหวะที่เหมาะสมเสียมากกว่า เพราะเพียงหมัดเดียวในจังหวะที่ใช่ ก็สามารถทำให้คู่ต่อสู้ลงไปนอนนับ 10 กับพื้นเวทีได้เช่นกัน

สไตล์การชกที่แตกต่าง

เมื่อกติกาของมวยทั้งสองประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าก็ย่อมส่งผลต่อสไตล์การชกของนักมวยโดยตรง ในโลกของมวยสากลระดับอาชีพนั้นจะเห็นได้ว่ามีนักมวยมากมายหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น อินไฟท์เตอร์” ซึ่งเป็นสไตล์ที่เดินหน้าลุยแหลก ต้อนคู่ต่อสู้ให้จนมุม โดยไม่เกรงกลัวว่าจะโดนหมัดสวนมา โดยตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็น่าจะเป็น ไมค์ ไทสัน อดีตนักชกราชารุ่นเฮฟวี่เวต แมนนี่ ปาเกียว” ยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์ อดีตแชมป์โลก 8 รุ่น หรือแม้กระทั่ง มาคุโนอุจิ อิปโป ตัวละครพระเอกจากมังงะญี่ปุ่นเรื่อง ก้าวแรกสู่สังเวียน

ส่วนอีกสไตล์เรียกว่า “เอ้าท์บ็อกเซอร์” หรือภาษามวยในบ้านเราเรียกว่า “มวยจังหวะฝีมือ” ที่ไม่นิยมการคลุกวงใน เน้นการตั้งรับ ความเร็วในการดักชก เว้นระยะห่างจากคู่ชก และอาศัยการแย็บด้วยเทคนิคที่ดีกว่า โดยตัวอย่างนักชกสไตล์นี้ที่ชัดเจนก็คงหนีไม่พ้น ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ อดีตนักชกแชมป์โลกไร้พ่ายที่หลายคนอาจจะไม่ชอบหน้าเขาเท่าไร รวมถึง มิยาตะ อิจิโร่ คู่แข่งคนสำคัญของ มาคุโนอุจิ อิปโป จากเรื่องก้าวแรกสู่สังเวียน

ในขณะที่นักมวยสากลสมัครเล่นนั้นเราแทบจะไม่เห็นนักมวยสไตล์อินไฟท์เตอร์ที่ประสบความสำเร็จเลย ทุกคนที่เคยขึ้นโพเดี้ยมรับเหรียญรางวัลส่วนใหญ่เป็นนักชกสไตล์เอ้าท์บ็อกเซอร์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งนักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกของบ้านเราอย่าง สมจิตร จงจอหอ, วิจารณ์ พลฤทธิ์, มนัส บุญจํานงค์ และ สมรักษ์ คำสิงห์ ก็ล้วนแล้วเป็นมวยจังหวะฝีมือ เน้นโจมตีคู่ต่อสู้จากวงนอกทั้งหมด

vxbet365

—————————————————————–

สนับสนุนโดย rat-tail.com

สนใจเว็บพนันออนไลน์ที่นักพนันทุกคนตามหาที่ vxbet365
—————————————————————–

 

Categories
ข่าว

“วันเฮง” รับโดนปัญหารุมเร้า ทำตัดสินใจประกาศแขวนนวม

เจ้าของสถิติไร้พ่ายสูงสุดของโลก ชาวไทยวัย 34 ปี ยอมรับมีปัญหาสารพัด โดยเฉพาะกับจมูกที่หายใจติดขัดมานาน ทำให้อึดอัด เลยตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กเลิกชก

อีกอย่างโควิด-19 ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามา แต่รายจ่ายยังคงเดิม ทำให้กังวล ย่ิงลูก 2 คนกำลังจะเปิดเทอมอีกด้วย ยังดีได้พี่สาวช่วยให้หยิบยืม ระบุคิดจะเลิกมาเป็นปีแล้ว เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

“ผมคิดจะเลิกมาเป็นปีแล้ว เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ตอนโพสต์เสร็จยอมรับว่าใจหายเหมือนกัน เพราะอยู่กับมวยมากว่า 20 ปี และก็เข้านอนเลย ไม่ได้ดูว่ามีใครคอมเมนท์อะไร แต่พอวันรุ่งขึ้นมาดู ก็รับรู้ได้ว่าแฟนๆ มวยยังคงให้กำลังใจเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ก็จะไปให้หมอตรวจจมูกอย่างละเอียดตามที่ “เฮง ศักดิ์ชัยสิทธิ์” ชัยสิทธิ์ คงเกียรติก้อง หัวหน้าคณะมีนะโยธิน และผู้จัดการส่วนตัวแนะนำ ถ้าไม่ดี สู้ต่อไปไม่ไหว คงต้องโบกมือลาจริงๆ” วันเฮง

vxbet365

ด้าน “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ผู้ปลุกปั้นจนได้เป็นแชมป์โลกกล่าวว่า สาเหตุสำคัญคือ เกิดจากความเครียดในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 เพราะคิวชกที่จะไปป้องกัน ตำแหน่งครั้งที่ 13 ที่อเมริกานั้นถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด  แต่ทางโกลเด้น บอย โปรโมชั่น ผู้จัดเค้าตอบกลับมาว่า สถานการณ์ไวรัสระบาดในอเมริกาเองยังรุนแรงอยู่ เขาเองก็ไม่สามารถจะให้คำตอบ ในตอนนี้ได้ว่าจะจัดมวยได้เมื่อไร

“ผมยังยืนยัน วางแผนจะให้วันเฮงกลับมาชกประมาณ เดือน ก.ย.ให้ได้อีกครั้ง จึงขอให้พี่น้องชาวไทยวางใจ เพราะวันเฮงเป็นแชมเปียนส์เพียง หนึ่งเดียวที่ทำลายสถิติโลกสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งยากที่ใครจะทำได้ง่ายๆ ทางเราพร้อมจะสนับสนุนเขาต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติที่โลกจะต้องจารึก และจดจำไปอีกนาน” ปิยะรัตน์ กล่าวในตอนท้าย.

———————————————

จัดทำโดย rat-tail.com

สนใจเว็ปพนันใหม่ vxbet365